วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563

                                                     ไวรัสโคโรน่า
                   จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในจีน แซงหน้าจำนวนผู้ป่วยโรคซาร์สที่ระบาดเมื่อกว่า 17 ปีก่อนแล้ว ขณะที่ผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นเป็น 131 ราย


                     สำนักข่าว เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ รายงานว่า หน่วยงานสาธารณสุขของจีนเปิดเผยในวันพุธที่ 29 ม.ค. 2563 ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ 2019 ในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5,496 รายแล้ว มากกว่าจำนวนผู้ติดโรคซาร์สในจีนเมื่อปี 2546
ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โรคซาร์สที่ระบาดไปทั่วโลกในปี 2546 ทำให้มีผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งสิ้น 5,327 รายภายในระยะเวลา 9 เดือน แต่ไวรัสโคโรน่าทำลายสถิติดังกล่าวด้วยระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน
ผู้ป่วยรายใหม่ถูกพบในมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางการระบาดของเชื้อถึง 840 คน ทำให้ผู้ป่วยในมณฑลแห่งนี้เพิ่มเป็น 3,554 ราย ในจำนวนนี้มี 228 คนที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ขณะที่มีชาวหูเป่ยมากกว่า 20,000 คนที่กำลังถูกตรวจสอบว่าติดเชื้อหรือไม่
ในด้านผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะชนิดนี้ ล่าสุดอยู่ที่ 131 รายโดยทั้งหมดอยู่ในจีน แบ่งเป็นที่มณฑลหูเป่ย 125 รายและมณฑลอื่นๆ อีก 6 ราย อนึ่ง จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคซาร์สมีมากกว่า 600 รายทั่วโลก
ทั้งนี้ ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัส แต่ยังไม่มีการยืนยันอัตราการเสียชีวิตที่แน่ชัดของไวรัสมรณะตัวนี้ แต่ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 60 ปี และมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว
ขณะที่นาย จง หนานซาน หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินหายใจที่สุดในประเทศจีน กล่าวเมื่อวันอังคารว่า การระบาดของไวรัสตัวนี้ยังไม่ถึงจุดสูงสุด และจุดนั้นจะมาถึงภายใน 1 สัปดาห์ถึง 10 วัน แล้วหลังจากนั้นจำนวนผู้ป่วยจะไม่เพิ่มขึ้นเร็วแบบนี้อีกแล้ว
ด้านนาย หยวน กว๊อก-ยุง ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อในฮ่องกงกล่าวว่า นักวิจัยในเขตบริหารพิเศษแห่งนี้พัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ได้แล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาทดสอบเพื่อยืนยันว่าวัคซีนใช้ได้ผลหรือไม่



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Facebook

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ค้นหาบล็อกนี้


About Me

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริบางประการเกี่ยวกับ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช "การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควร ใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะทำการ ศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป การใช้วิธีการสอนการอบรมที่ให้เกิดความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว"

เว็บพฤษศาสตร์โรงเรียน นภว.

เว็บพฤษศาสตร์โรงเรียน นภว.
โดยนายคำโพธิ์ ศรีสุพรรณ

Popular Posts